พุทธมนต์

คาถาชินบัญชร

Chinabanchon
คาถาบทนี้เป็นการอัญเชิญพระพุทธคุณ พระอรหันตสาวก และพระสูตรสำคัญต่างๆ มาสถิตในทุกส่วนของร่างกายผู้สวด ดุจสร้างกรงป้องกันภัยรอบตัว (ชินบัญชร แปลว่า กรงแห่งพระชินเจ้า) นิยมสวดเพื่อความคุ้มครองและเสริมสิริมงคล เป็นบทที่ค่อนข้างยาว ควรสวดด้วยความตั้งใจ
ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา
พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ประทับเหนืออาสนะแห่งชัยชนะ ทรงชนะพญามารพร้อมพาหนะ ทรงดื่มรสอมตธรรมคือสัจจะทั้งสี่ ผู้เป็นบุรุษอาชาไนยในหมู่นรชน
ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา
พระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ มีพระตัณหังกรเป็นต้น ผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่มุนี ขอทรงสถิตอยู่เหนือกระหม่อมของข้าพเจ้าทุกพระองค์
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร
พระพุทธเจ้าสถิตที่ศีรษะข้าพเจ้า พระธรรมสถิตที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นบ่อเกิดแห่งคุณทั้งปวงสถิตที่อก
หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก
พระอนุรุทธะสถิตที่หัวใจ พระสารีบุตรสถิตด้านขวา พระโกณฑัญญะสถิตด้านหลัง พระโมคคัลลานะสถิตด้านซ้าย
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก
พระอานนท์และพระราหุลสถิตที่หูขวา พระกัสสปะและพระมหานามะสถิตที่หูซ้ายทั้งสอง
เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว
พระโสภิตะเถระ ผู้ประกอบด้วยสิริ ดุจดวงอาทิตย์ทอแสง สถิตอยู่ ณ ด้านหลังศีรษะ
กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร
พระกุมารกัสสปะเถระ ผู้แสวงหาคุณอันประเสริฐ มีวาจาไพเราะ สถิตที่ปากข้าพเจ้าเป็นนิตย์
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ
พระปุณณะ พระองคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ พระสีวลี ทั้งห้ารูปนี้ สถิตเป็นดั่งเครื่องหมายที่หน้าผากข้าพเจ้า
เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอตาสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
พระมหาเถระที่เหลืออีก 80 รูป ผู้เป็นสาวกของพระชินเจ้าผู้มีชัย รุ่งเรืองด้วยเดชแห่งศีล สถิตอยู่ตามอวัยวะน้อยใหญ่ของข้าพเจ้า
ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
พระรัตนสูตรสถิตด้านหน้า พระเมตตาสูตรสถิตด้านขวา ธชัคคสูตรสถิตด้านหลัง อังคุลิมาลปริตรสถิตด้านซ้าย
ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา
ขันธปริตรและโมรปริตร รวมทั้งอาฏานาฏิยสูตร เป็นดุจหลังคากั้นอยู่ในอากาศ ส่วนพระสูตรที่เหลือเป็นดุจกำแพงล้อมรอบ
ชินา ณาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
พระชินเจ้าทั้งหลายผู้ประกอบด้วยคุณต่างๆ ประดับดุจกำแพงเจ็ดชั้น ขอทรงขจัดอุปัทวะทั้งภายในและภายนอก อันเกิดจากลมและดีเป็นต้น
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
ขออุปัทวะทั้งหมดนั้นจงถึงความสงบไป ด้วยเดชแห่งพระชินเจ้าอันหาที่สุดมิได้ ขณะที่ข้าพเจ้าดำรงอยู่ในกิจของตนเป็นนิตย์ ในกรงแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา
ขอพระมหาบุรุษผู้ประเสริฐทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาข้าพเจ้าผู้อยู่ ณ ท่ามกลางชินบัญชร บนพื้นแผ่นดินนี้เป็นนิตย์
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ
ด้วยประการฉะนี้ ข้าพเจ้าผู้อันชินบัญชรนี้คุ้มครองดีแล้ว รักษาดีแล้ว ชนะอุปัทวะได้ด้วยอานุภาพพระชินเจ้า ชนะหมู่ศัตรูได้ด้วยอานุภาพพระธรรม ชนะอันตรายได้ด้วยอานุภาพพระสงฆ์ อันพระสัทธรรมคุ้มครองรักษาแล้ว ขอดำรงอยู่ในชินบัญชรนี้เถิด

ความหมายโดยรวม

ชินบัญชรใช้ภาพการอัญเชิญพระพุทธคุณ พระสาวก และพระสูตรต่างๆ มาสถิตในทุกส่วนของร่างกาย เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันภัยรอบตัวผู้สวด ไม่ใช่การขอพรจากอำนาจภายนอก แต่เป็นการน้อมนำคุณธรรมและสติเข้ามาอยู่กับตัวในทุกอิริยาบถ ให้จิตใจมั่นคงพร้อมเผชิญอุปสรรค